ประวัติการค้นพบคอโรฟิลล์

ประวัติการค้นพบคอโรฟิลล์       

     
     ปี 1961 นักวิทยาศาสตร์ชื่อ Melvin Calvin ได้รับรางวัลโนเบล  ในการค้นคว้าความสัมพันธ์ของคลอโรฟิลล์ในใบพืช   มีส่วนสำคัญในขบวนการสังเคราะห์แสง ในปี 1915 Dr.Richard Wilstatter  ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบโครงสร้างของคลอโรฟิลล์  จากนั้นเพียง 15 ปี Dr.Hans Fisher ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบโครงสร้างของอะตอมเม็ดเลือดแดง (Heme) มีโครงสร้างเหมือนคลอโรฟิลล์   จากงานวิจัยสรุปได้ว่า เมื่อร่างกายได้รับคลอโรฟิลล์บางส่วนของคลอโรฟิลล์จะถูกเปลี่ยนเป็นฮีม ทำให้ร่างกายมีปริมาณเลือดที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เพิ่มมาขึ้น ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์    ช่วยเพิ่มปริมาณเลือดให้กับร่างกายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำพาออกซิเจนเข้าสู่เซลล์   ช่วยขจัดสารพิษใน เลือด ตับ และไต  ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลในร่างกาย ให้ความสดชื่น ผิวพรรณสด ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น  มีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เสริมภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ฯลฯเกี่ยวกับคลอโรฟิลล์  Richard Willstaetter ค้นพบเม็ดสีหลายชนิดในพืชรวมทั้งสีแดงในเลือดของมนุษย์         
     จากการริเริ่มงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี คศ 1915 ซึ่งนับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับคลอโรฟิลล์ จากนั้น Hans Fischer นักชีวเคมีชาวเยอรมันพบว่า คลอโรฟิลล์เป็นพิคเมนท์สีเขียวที่พบในพืช  และเฮมินเป็นพิคเมนท์สีแดงที่อยู่ในฮีโมโกบิลในเม็ดเลือดแดงของมนุษย์  จากผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับรับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี    คศ 1930 แต่เสียชีวิตก่อนที่จะสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ได้สำเร็จ ปี คศ 1960 Robert Burns Woodward สามารถสังเคราะห์คลอโรฟิลล์เป็นผลสำเร็จ  ต่อจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบความรู้เกี่ยวกับคลอโรฟิลล์และบทบาทที่สำคัญในพืช   

หากต้องการค้นเพิ่มเติม: สามารถค้นได้จากเวบไซต์ของผู้ที่ได้รับราววัลโนเบล (( Reference: Chloroplast model from
 มารู้จักการทำงานของคลอโรฟิลล์    
     คลอโรฟิลล์ (chlorophyll)  เป็นเม็ดสีที่พบในพืช ผัก สาหร่ายสีเขียว     ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นน้ำตาลกลูโคส  โดยต้องทำงานร่วมกับโปรตีนชนิดอื่นๆที่อยู่ในพืช    ปกติคลอโรฟิลล์จะอยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า คลอโรพลาส (chloroplast)     คลอโรฟิลล์มีโครงสร้างโมเลกุลของporphyrin     ซึ่งคล้ายกับ heme ใน hemoglobin  ในเลือดของมนุษย์ แต่ก็เป็นเพียงความคล้ายคลึงกันของโมเลกุล   โดยอะตอมกลางของคลอโรฟิล์ดจะเป็นแมกนีเซียม    ส่วนอะตอมกลางของ heme  เป็นเหล็ก     คลอโรฟิล์ดจะทำหน้าที่ได้ก็ต้องอยู่ในพืชที่มีชีวิต   และทำงานร่วมกับโปรตีนอื่นๆที่อยู่ในเซลล์พืชทำให้มนุษย์และสัตว์ที่บริโภคผักสีเขียวได้รับสารอาหารแมกนีเซียมไปด้วย เพียงกรดในกระเพาะอาหารก็เพียงพอจะทำให้คลอโรฟิล์ดถูกย่อยไปแล้ว
 การวิจัยทางทางวิทยาศาสตร์      
     นักวิทยาศาสตร์แค่บอกว่าโมเลกุลคล้ายกัน ไม่ได้บอกว่าทำหน้าที่เหมือนกัน    เหมือนกับการที่นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าเหล็กเป็นอะตอมกลางของเม็ดเลือดแดง ก็ไม่ใช่ว่าเราจะกินเหล็ก  ในส่วนร่างกายมนุษย์ เม็ดเลือดแดงถูกสร้างจากไขกระดูก  ดังนั้นการที่กินน้ำคลอโรฟิลล์เข้าไป มันอยู่ในระบบย่อยอาหาร สารอาหารที่ถูกย่อยจะต้องถูกย่อยแล้วดูดซึมผ่านกระแสเลือด   ในรูปของน้ำตาลและแร่ธาตุ ส่วนกระแสเลือดเป็นอีกระบบนึง    ซึ่งในคลอโรฟิลล์ ไม่มีโมเลกุลของเหล็ก การเพิ่มปริมาณการสร้างเม็ดเลือด ทำได้โดยกินธาตุเหล็ก สังเกตได้จาก ช่วยขจัดสารพิษในเลือด ตับ ไต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลให้กับร่างกาย ให้ความสดชื่น ผิวพรรณสดใส ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
สรุปประโยชน์ของคลอโรฟิลล์ทางการแพทย์

  • ช่วยขจัดสารพิษในเลือด ตับ และไต
  • ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ปรับสมดุลในร่างกาย
  • ให้ความสดชื่น
  • ดับกลิ่นปาก
  • ผิวพรรณสดใน 
  • ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น  
  • โรคทางเดินอาหาร 
  • โรคผิวหนังต่างๆ   



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น